[Fic SJ] Brother complex 11 (KyuMin , YeRyeo , KiHae)

posted on 25 Jan 2012 07:49 by eimenzou  in II-Anaros, V-Sora

Brocon – 11 พี่น้องจูบกันเป็นเรื่องธรรมดา(ซะที่ไหน)

 

--------------------------------  Brother Complex  --------------------------------

 

 

ดูเหมือนว่าข้อเรียกร้องของพี่ชายเอาแต่ใจอย่างซองมินจะเอื้อประโยชน์ให้กับละครเวทีครั้งนี้มากกว่าที่คิด  เพราะซองมินคิดถูก...ว่าเจ้าชายไม่มีเวลาว่างมากพอจะมาซ้อม  แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ฉากสั้นๆอย่างการฝ่าฟันดงกุหลาบเพื่อมาจุมพิตเจ้าหญิงและมีเพียงบทพูดไม่กี่ประโยคก็ตาม

 

แต่ก็ยังมีอีกหนึ่งประโยชน์ที่ซองมินลืมคิดไปเสียสนิท...อันเป็นที่มาของอาการติดหนึบด้วยสายตาของเจ้าหญิงตัวอวบที่มีต่อเจ้าชายเฉพาะกิจ  นั่นก็คือ...บรรดานักศึกษาสาวของคณะอักษรฯที่เกิดขยันขันแข็งขึ้นมาผิดหูผิดตา  เพราะจากที่กรูกันมาลงชื่อช่วยโน่นนี่นั่นจนเกือบทั้งคณะอันเนื่องมาจากการปรากฏชื่อของเจ้าชายคิบอมเป็นผู้รับผิดชอบงาน  แต่ก็หายหน้ากันไปบ้างเพราะคิบอมไม่ได้มีเวลาอยู่ในงานเท่าไหร่นักอันเนื่องมาจากหน้าที่ของการเป็นประธานชั้นปี

 

แต่พอมีจุนมารับบทบาทของเจ้าชายช่วยซ้อมเท่านั้นล่ะ  ที่หายหน้าหายตากันไปก็กลับมาอย่างพร้อมเพรียง  เท่านั้นไม่พอ...ยังมีการพ่วงเพื่อนที่ไม่ได้ลงชื่อเข้าช่วยในครั้งนี้ตั้งแต่แรกโผล่หน้ามาให้เห็นอีกด้วย

 

...มากันเลย!!  มากันให้หมดทั้งจักรวาลเลย!!!...

 

ซองมินยิ่งหงุดหงิดเพราะคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจคือเพื่อนซี้อย่างคิบอม  แล้วก็ดันอนุญาตให้คนที่ไม่มีรายชื่อตั้งแต่แรกเข้ามาช่วย(ซึ่งในสายตาของคนหวงน้องดูว่าเกะกะมากกว่าจะช่วย)

 

...เออดี!!  ใจดีเข้าไปเถอะคิมคิบอม  เอาให้สาวๆปลาบปลื้มจนนายผิดใจกับคนที่กำลังจะจีบไปเลย!!...

 

คนหน้าอ่อนหงุดหงิดจนพาลแช่งความรักที่เพิ่งจะผลิบาน(ซองมินคิดเอง)ของคิบอม  ริมฝีปากสีชมพูอ่อนที่ถูกสาวฝ่ายแต่งหน้าทดลองทาให้เพื่อหาสีที่เหมาะกับเจ้าหญิงถูกยื่นออกมาอย่างขัดใจ  ดวงตาเป็นประกายจ้องมองไปยังน้องชายตัวสูงที่เป็นสุภาพบุรุษไม่แพ้เพื่อนสนิทซึ่งกำลังช่วยสาวน้อยร่างบางคนหนึ่งยกฉากไปอีกด้านเพื่อทาสี

 

...โอ้ย!!!  หงุดหงิด...

...ที่ให้มาเป็นเจ้าชายก็เพื่อให้ดูแลเขานะ!!  ไม่ใช่ให้มาใจดีกับคนอื่นซักหน่อยคยูฮยอนงี่เง่า...!!!

 

“ทำตัวให้น่ามีข้อ 3 นัก”

 

...อุตส่าห์หยุดขอไว้ที่ข้อ 2 แล้วแท้ๆ...

...เดี๋ยวก็ให้มี ‘ข้อ 3 : ห้ามสนใจคนอื่นนอกจากฉัน’ ซะหรอก...

 

“ปากยื่นปากยาวจนจะกลายเป็นเป็ดแล้วซองมิน”

 

เสียงคุ้นหูทำให้ซองมินหันขวับพร้อมสายตาที่พร้อมเชือดเฉือนอีกฝ่ายเต็มที่ “นายนั่นแหละตัวดี  จะอนุญาตให้คนมาเยอะชึ้นทำไมก็ไม่รู้  น้อยๆแบบเดิมก็ดีอยู่แล้วแท้ๆ  เยอะแยะ เกะกะ น่ารำคาญ  ดูสิ!...ไม่ได้ทำงานเลย  เอาแต่มองตามเดินตามคยูฮยอนอยู่นั่นล่ะ”

 

ประโยคยาวยืดของคนปากยื่นปากยาวทำให้ประธานหนุ่มหัวเราะ  เขาเพิ่งเสร็จจากประชุมคณะฯแล้วรีบตรงดิ่งมาที่หอประชุม...เพื่อพบกับเพื่อนสนิทตัวอวบที่น่าจะยิ้มร่ากับการมีน้องชายอยู่ในสายตาตลอด  แต่กลับนั่งทำหน้าหงิกบูดบึ้งผิดจากที่เขาคาดไว้นัก

 

แต่คิบอมไม่ใช่คนโง่  แค่เขามองตามสายตาที่แทบจะกินเลือดกินเนื้อของซองมินแล้วก็เข้าใจถึงสาเหตุได้

 

“หืม?  นี่มัวแต่งอนจนไม่ได้มองเห็นถึงประโยชน์ของคนเยอะๆนี่เลยเหรอซองมิน?”

 

เจ้าหญิงขมวดคิ้วจนหัวคิ้วแทบติดกัน “อะไรของนาย?”

 

คิบอมหัวเราะหึก่อนตบไหล่นั่นไม่แรงนัก “สักขีพยานน่ะ  ยิ่งเยอะก็ยิ่งกระพือเร็วนะซองมิน”

 

ซองมินเองก็ไม่ใช่คนโง่...และแน่นอนว่าซองมินเป็นคนฉลาด  โจวคนพี่เผยรอยยิ้มแรกของวันตั้งแต่เข้ามาซ้อมที่คณะฯ  ก่อนกระโดดกอดเพื่อนซี้ให้สมกับที่มาสะกิดให้เขาลืมตาจากความโกรธาในใจ  แล้วมองเห็นประโยชน์ที่จะหาได้จากคนเยอะๆชวนหงุดหงิดนี่

 

“ขอบใจนะคิบอม!!  สมแล้วที่นายเป็นคนที่ฉลาดที่สุดของคณะ!!”

.

.

.

คยูฮยอนเพิ่งจะได้ยินเสียงที่ดังเพราะดีใจของพี่ชาย  แล้วประโยคแรกนั่นก็ดันมีชื่อของคิบอมอยู่เสียด้วย

 

ร่างสูงที่กำลังขยับฉากให้ตามที่สาวน้อยร้องขอหันขวับไปตามต้นเสียง  แล้วก็พบภาพบาดตาบาดใจเมื่อซองมินกระโดดเข้ากอดคิบอมหมับแล้วยิ้มร่า

 

...ทีก่อนคิบอมมายังหน้าหงิกหน้างออยู่แท้ๆ...

...แต่แค่เขามาเข้าหน่อยก็หน้าบานเริงร่าเชียว......คิดแล้วก็น่าน้อยใจนัก...

 

คยูฮยอนตั้งใจจะละมือจากฉากที่กำลังขยับอยู่ไปที่เป้าหมาย  แต่ก็ติดอยู่ที่สาวๆหลายคนซึ่งกำลังส่งสายตาขอความสงสารจากผู้ชายอย่างเขาเพื่อขอแรงช่วยขยับของหนักอยู่

 

...คยูฮยอนอาจเป็นคนเย็นชาและไม่สนใจใครนอกจากพี่ชาย  แต่คยูฮยอนก็ไม่ใช่คนที่ละทิ้งงานที่รับปากว่าจะทำแล้วกลางคัน...

 

คนตัวสูงลอบถอนหายใจเพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียด  ก่อนหันกลับมาจากภาพที่ชวนให้เขาหมดเรี่ยวแรงซะเฉยๆแล้วทำหน้าที่ต่อ

 

แต่ไม่นาน...เขาก็ได้ยินเสียงอารมณ์ดีๆของคนที่เขาเพิ่งเมินหน้าหนีมา

 

“คยูกี้~~”

 

เสียงเรียกอย่างอารมณ์ดีจัดของซองมินมาพร้อมกับการโถมเข้ากอดจากด้านหลังจนคยูฮยอนแทบหน้าทิ่มไปข้างหน้า  เจ้าตัวก้มลงมองแขนอวบที่รัดตัวเขาเอาไว้ก่อนหันกลับไปมองเจ้าของตาเป็นประกายที่กระพริบตาปริบๆใส่อย่างน่ารักอยู่ข้างหลัง

 

“......ครับ?” คยูฮยอนลืมหายใจและหาคำพูดไม่เจอไปชั่วครู่  เมื่อสบเข้ากับดวงตาเป็นประกายที่กำลังออดอ้อนเขาอยู่อย่างเปิดเผย

 

“นี่อ่ะๆ”

 

ประโยคสั้นๆที่หาใจความไม่ได้ของซองมิน  ไม่ได้ทำให้คนที่ได้คะแนนสูงสุดของคณะนิติฯเข้าใจเลยแม้แต่น้อย

 

คยูฮยอนเลิ่กคิ้วขึ้นสูงแสดงถึงความไม่เข้าใจ  จนเจ้าของประโยคที่พยายามพรีเซนท์ริมฝีปากตัวเองแสร้งทำหน้ามุ่ยก่อนยื่นปากออกมาให้ดูอีกครั้ง “ก็นี่ไง  นี่อ่ะ...เข้ากับฉันมั๊ย?”

 

ในที่สุดคยูฮยอนก็ถึงบางอ้อ  เจ้าตัวพินิจสีที่อยู่บนริมฝีปากของพี่ชายอย่างจริงจังก่อนพยักหน้า “เหมาะกับเจ้าหญิงสุดๆแล้ว  ดีกว่าสีแดงด้วย  ผมชอบสีนี้มากกว่าสีแรกที่พี่ถูกจับทานะ”

 

“งั้นเหรอ” คนถูกชมทำตาเป็นประกายแล้วยิ้มกว้าง  ก่อนแสร้งทำหน้าครุ่นคิด

 

“แย่จัง...ฉันไม่เห็นอ่ะ  อยากเห็นสีบ้างแต่กระจกก็ไม่มี” มืออวบตบเข้าที่กระเป๋าเสื้อกระเป๋ากางเกงให้วุ่นเพื่อแสดงให้รู้ว่าเขาไม่ได้พกของแบบนั้นติดตัวมาสักชิ้น

 

“ถ้าไม่รังเกียจ  ใช้ของฉันก็ได้นะคะรุ่นพี่ซองมิน”

 

สาวน้อยร่างบางที่คยูฮยอนช่วยยกฉากตั้งแต่แรกรีบก้าวเข้ามาใกล้คู่พี่น้อง  มือเรียวบอบบางแบบผู้หญิงล้วงหยิบกระจกขนาดพกพาจากกระเป๋าเครื่องสำอางค์ขนาดเล็กแล้วยื่นให้โจวคนพี่อย่างมีไมตรีจิต(ที่ซองมินมองว่าอีกฝ่ายต้องการเข้าหาคยูฮยอนทางพี่ชาย)

 

...เฮอะ!!  ฝันไปเถอะว่าจะตีสนิทคยูฮยอนหรือเรียกร้องความสนใจโดยผ่านทางฉันได้น่ะ...

 

ซองมินมองไปที่กระจกสีสวยในมือของเธอก่อนยกยิ้มหวานแล้วส่ายหน้าไปมา “ขอบคุณครับ  แต่ไม่ล่ะ  เพราะพี่มีวิธีที่ดีกว่าการยืมของคนอื่น”

 

ทั้งคยูฮยอนและรุ่นน้องคนสวยรวมไปถึงบรรดาที่แอบดูแอบฟังสถานการณ์ถึงกับทำหน้างงกับการปฏิเสธของซองมิน  แล้วยิ่งงงหนักเมื่อมืออวบยกขึ้นประคองแก้มของคยูฮยอนไว้

 

“โดยใช้ของตัวเองให้เป็นประโยชน์ไง”

 

สิ้นคำ...คนพี่ที่ตัวเล็กกว่าเขย่งปลายเท้าขึ้นแล้วแนบริมฝีปากอิ่มที่เคลือบสีชมพูสวยของตัวเองเข้ากับริมฝีปากของคยูฮยอน!!  แล้วออกแรงกดย้ำๆเพื่อให้สีของลิประบายอยู่บนริมฝีปากของคยูฮยอนเช่นกัน!!!

 

เสียงกรี๊ดอื้ออึงที่ดังขึ้นจากทุกทิศทางไม่ทำให้สมองที่ขาวโพลนว่างเปล่าของคยูฮยอนปรากฏภาพใดอื่น  นอกจากภาพของพี่ชายตัวอวบที่ผละริมฝีปากออกห่างแล้วมองดูสีของลิปที่ริมฝีปากของเขาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่หวานเยิ้มที่สุดเท่าที่เคยเห็น

 

“อ๊ะ!!  สีสวยจริงๆด้วย” ปลายนิ้วของซองมินเกลี่ยเข้าที่ริมฝีปากของน้องชายที่ไร้สติไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย

 

...ทั้งๆที่คยูฮยอนถูกสูบสติจนแทบสิ้น...

...แต่หัวใจของคยูฮยอนก็เต้นแรงและดังจนแทบทะลุออกมาจากอก...

 

“ดูทำหน้าเข้า  อับอายที่จูบกับฉันเหรอ?” ซองมินแสร้งมุ่ยหน้าลงจนคยูฮยอนได้สติรีบส่ายหน้าไปมา

 

“เปล่านะพี่  เปล่าเลย”

 

“ถ้างั้นก็...เขิน?”

 

อาการเม้มปากแล้วพยักหน้าขึ้นลงช้าๆนั้นแสดงออกถึงความอึดอัดของคยูฮยอนได้ดีที่สุด  แต่คำตอบนั่นก็ทำให้คนพี่ยิ้มร่าแล้วรวบกอดน้องชายตัวสูง

 

“จะเขินทำไมกันเล่า  เราก็จูบกันออกบ่อย”

 

“ไม่นับสิ...นั่นมันตอนเด็ก”

 

ซองมินผละตัวเองออกจากอกของอีกฝ่ายแล้วมองหน้าหล่อเหลานั่นขึ้นสีระเรื่อ  ริมฝีปากสีชมพูที่เริ่มจางไปเพราะแบ่งสีให้คยูฮยอนระบายยิ้ม

 

“ถ้างั้นก็นับใหม่  จากวันนี้ก็เริ่มจูบกันใหม่แล้วกัน”

 

พูดจบคนพี่ตัวเล็กก็โผเข้ากอดน้องชายที่ยังอึ้งไม่หายไปอีกครั้ง  หนนี้ซองมินหันหน้าไปทางสาวร่างบางคนเดิมที่ยังถือกระจกค้างอยู่

 

...พูดกับเธอคนเดียว...

...ยิงปืนนัดเดียว  แต่โดนนกเป็นร้อย...

 

“ขอโทษนะครับน้อง  แต่พี่ไม่ชอบยืมของใครและไม่ใจดีขนาดยอมให้ใครมายืมของพี่ด้วย”

 

“พี่ซองมิน!” คยูฮยอนที่เริ่มได้สติกดเสียงเล็กน้อยเพื่อปรามพี่ชายขี้หวง...แต่ก็ไม่ค่อยได้ผลกับซองมินนัก

 

“อะไรกัน?  ก็คยูฮยอนเป็น(น้องชาย)ของฉันนี่” ซองมินจงใจแผ่วเสียงคำว่าน้องชายและเน้นเสียงคำว่าของ

 

...ผู้หญิงมักจะมีเซนส์กับเรื่องแบบนี้  เพราะงั้นหวังว่าพวกเธอคงไม่โง่จนเกินกว่าจะเข้าใจความหมายที่เขาต้องการจะสื่อหรอกนะ...

 

คยูฮยอนถอนหายใจก่อนกอดคนตัวอวบกลับ  แล้วส่งสายตาและภาษาปากขอโทษขอโพยไปยังสาวน้อยร่างบางที่ตัวเองคิดว่าเธอแค่หวังดีแต่ก็โดนพี่ชายกันท่าซะเกินเหตุ

 

...แต่ซองมินไม่สนแล้ว...ไม่ว่าเขาจะคุยกันลับหลังยังไงหรือคยูฮยอนจะซื่อจนไม่รู้เป้าหมายของพวกเธอขนาดไหน...

...ความหงุดหงิดก่อนหน้ามันปลิวหายไปหมดจนไม่เหลือแม้แต่เมฆหมอกของความไม่พอใจหลงเหลืออยู่เลยสักนิด...

 

...เพราะคยูฮยอนกอดซองมินตอบ...

...เพราะคยูฮยอนกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น...

 

...และเพราะคยูฮยอนยอมเป็นของซองมินคนเดียว...

 

 

--------------------------------  Brother Complex  --------------------------------

 

 

“ทงเฮ๊  ทงเฮ.............เอ้า!” สิ้นเสียงของคนตัวอวบ  บนตักของทงเฮก็มีวัตถุสี่เหลี่ยมบางๆขนาดพอดีมือวางอยู่บนตัก

 

คนที่กำลังอ่านหนังสือพิมพ์หน้าข่าวกีฬาลดสายตาลงมองไปยังวัตถุปริศนาที่เขาแค่รู้สึกว่ามันมาตกอยู่บนตักหลังจากที่เพื่อนรักข้างบ้านโยนใส่อย่างไม่ปราณีปราศัย

 

...บัตรผ่านวีไอพีสำหรับคนนอกคณะ...

 

ทงเฮพับหนังสือพิมพ์แล้ววางไว้ข้างตัว  ขยับเว้นที่บนโซฟายาวอีกนิดเพื่อให้ซองมินนั่งได้สบายๆ “อะไรของนายวะ?  ของคยูฮยอนก็เอาไปให้มันเองดิ  อย่าบอกนะว่าทะเลาะกันอีกแล้วอ่ะ?  ดีจริงๆ  ซึ้งใจมากเลยว่ะ  มีปัญหากันถึงจะเห็นความสำคัญของอีทงเฮเนี่ย”

 

ซองมินไม่ได้มีอาการเบื่อหน่ายกับประโยคยาวยืดที่แฝงการกัดเล็กๆตามสไตล์ของคนดังคณะนิติฯ  แต่กลับมีแค่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำให้ทงเฮขมวดคิ้วอย่างรู้สึกแปลกๆ

 

ไม่นานหลังจากนั้น  เจ้าบ้านอย่างทงเฮก็ได้ยินเสียงเปิดปิดประตูตามใจชอบโดยไม่กดออดหรือตะโกนขออนุญาตอีกครั้ง  ซึ่งทำให้รู้ได้ในทันทีว่าคนที่ตามซองมินมาติดๆนั่นก็คือเจ้าน้องชายตัวสูงติดพี่คนเดิม

 

ถูกอย่างที่ทงเฮคิดเมื่อหน้าหล่อเหลาโผล่เข้ามาที่ห้องนั่งเล่น  ทงเฮคว้าบัตรผ่านวีไอพีที่ซองมินขอให้คิบอมช่วยทำให้เมื่อวานโยนไปยังน้องชายหน้าขรึม (ที่วันนี้มันดันติดรอยยิ้มแปลกๆชอบกล)

 

“เอ้าเอาไป!  นี่ทะเลาะกันเรื่องไรอีกวะ?  เมื่อวานยังตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋อยู่เลย”

 

คนถูกค่อนแคะซึ่งรับบัตรวีไอพีไว้ได้ทันจุดรอยยิ้มที่มุมปากให้กว้างขึ้น  ขายาวเดินเข้ามาใกล้โซฟาที่มีพี่ชายกับเพื่อนรักนั่งอยู่  ก่อนถือบัตรนั้นไว้ตรงหน้าทงเฮจนเกือบชิดจมูก

 

“อะไรของนายวะ!” ทงเฮปัดมือของคยูฮยอนออกแล้วมอง 2 พี่น้องอย่างหวาดระแวงในรอยยิ้มที่ไม่น่าไว้ใจของทั้งคู่  โดยเฉพาะของซองมิน

 

“ทงเฮ...บัตรผ่านวีไอพีที่คิบอมทำให้น่ะ  มีชื่อระบุไว้ด้วยนะ” ซองมินพูดด้วยแววตาเป็นประกาย  คนตัวอวบขยับเข้าใกล้แล้วกระพริบตาปริบๆ

 

ทงเฮขมวดคิ้ว “ก็ดีแล้วนี่!  ระบุไว้จะได้ถูกตัว  เกิดไอ้คยูฮยอนมันซุ่มซ่ามทำบัตรหายแล้วคนอื่นเก็บได้ก็ซวยกันพอดี  ถึงจะไม่เคยเห็นคนอย่างมันซุ่มซ่ามมาก่อนเลยก็เถอะ”

 

หนนี้คยูฮยอนหัวเราะในคอ  มือใหญ่ที่โดนปัดออกเมื่อครู่เลื่อนกลับมาที่ระยะสายตาของทงเฮอีกครั้ง “ถ้างั้นนายก็อ่านชื่อซะ  หรือจะให้ต้องช่วยสอนสะกดภาษาอังกฤษให้อีกรอบว่าไอ้ตัวพวกนี้มันอ่านว่าอะไร?”

 

ประโยคและน้ำเสียงยียวนของคยูฮยอนทำให้ทงเฮมองไปที่บัตรใบนั้น  แล้วก็พบคำตอบที่เจ้า 2 พี่น้องถ่อมาหาเขาถึงบ้านในยามวิกาลเช่นนี้  เพราะไอ้ครั้นจะคิดว่าเป็นเพราะถูกคิดถึงเนื่องจากวันนี้ไม่มีเรียนและทงเฮก็ไม่จำเป็นต้อง

ไปเป็นตัวช่วยหักล้างบรรยากาศอึมครึมแบบวันก่อนก็คงไม่ใช่แหงๆอยู่แล้ว

 

...บรรทัดของชื่อบุคคลที่ได้รับการอนุญาตให้เข้านอกออกในคณะฯอักษรได้เป็นพิเศษ...

...ระบุชื่อ อีทงเฮ ชัดๆ...

 

“เฮ้ย!!  อะไรวะ?”

 

“ไม่ต้องถามมาก!  เอาเป็นว่ารับไปแล้วก็ใช้ซะ”

 

“เฮ่ย!  ไม่เอ๊า!!” ทงเฮว่าแล้วโยนคืนให้

 

“ไม่รับเดี๋ยวเสียน้ำใจคนให้แย่นะ  คิบอมเป็นคนจัดการให้เองด้วย” ซองมินว่าแล้วโยนกลับมาที่ทงเฮอย่างเก่า

 

“แล้วจะให้ฉันไปทำอะไร?  งานคณะตัวเองยังไม่อยากจะช่วยเลยนะซองมิน” ทงเฮบ่น

 

...จะให้เขาไปแบกฉาก เซตฉาก ทาสีหรือขึ้นเวทีแทนเจ้าหญิงอะไรแบบนั้นน่ะ...

............ฝันไปเถอะ...

 

“ก็เผื่อมีคนในคณะฉันอยากเห็นหน้านาย  หรือนายอยากเห็นหน้าบางคนในคณะฉัน” ซองมินแกล้งพูดลอยๆเหมือนไม่ได้ระบุว่าพูดกับใคร

 

ท่าปลายนิ้วป้อมเกี่ยวปอยผมเล่นของซองมินประกอบกับการลอยหน้าลอยตาและประโยคที่ใช้น้ำเสียงล้อเลียนนั่น...ช่างขัดใจ ขัดตา ขัดหู ของทงเฮจนอยากจับมาตีก้นทำโทษนัก (ถ้าไม่ติดขัดที่มีน้องชายมายืนคุมอยู่ด้วยล่ะก็......)

 

ซองมินมองหน้าที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกและสีระเรื่อที่แก้มของทงเฮแล้วหัวเราะ  มือป้อมตบเข้าที่ไหล่ของเพื่อนรักตัวดีก่อนพูดทิ้งท้ายเอาไว้แล้วเดินจูงมือน้องชายออกจากบ้านเพื่อนไป

 

“พรุ่งนี้มีซ้อมก็แวะไปด้วยล่ะ”

 

...ทิ้งให้คนที่ได้รับบัตรวีไอพีแบบไม่ได้ร้องขอนั่งมองชื่อตัวเองกับลายเซ็นต์ของประธานคณะอักษรฯบนบัตรนั่นซ้ำไปซ้ำมา...

 

 

--------------------------------  Brother Complex  --------------------------------

 

 วี- แอนเปล่าทำอะไรน้า T___T ทำไมเมนท์มะด้ายอ่า  ดีที่วีเซฟเก็บไว้นะเนี่ย  ไม่งั้นต้องมาเมนท์ให้แอนยาวๆใหม่นี่เหนื่อยแย่

ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์และความห่วงใยเหมือนเดิมนะคะวี

KM*PumpkinPie- แอนขอบคุณสำหรับการคอมเมนท์ย้อนหลังและคอมเมนท์ปัจจุบันมากค่ะ ^___^ คุณเป็น 1 ในคนที่ทำให้แอนยังอยากแต่งเรื่องนี้และนำมาลงที่นี่นะคะ ^___^ ขอบคุณจริงๆ

eunkamhyun- ขอบคุณที่ยังรอฟิกที่ไร้ฉากเรื่องนี้ของแอนค่ะ 55+ มีความสุขมากที่รู้ว่ามีคนรอ  หวังว่าจะติดตามกันต่อไปจนจบเรื่องนี้นะคะ